บริษัทเราเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ ภายใต้นักวิจัยด้านเครื่องสำอาง เภสัชกร และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์การสูง ทั้งนี้เรายังมีการผลิตสินค้าภายใต้กระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เรายังมีการบริการการผลิตเครื่องสำอางอย่างครบวงจร ด้วยมืออาชีพ พร้อมทั้งบริการขั้นทะเบียนจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจาก อย. บริษัทจึงได้มีการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ มุ่งมั่นผลิตเครื่องสำอางด้วยมาตรฐานสากล ด้วยบริการที่ดี เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า สร้างนวัตกรรมด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การติดฉลากเครื่องสำอาง

          การติดฉลากและการใส่ข้อมูลลงบนฉลาก ถือเป็นสิ่งสำคัญในตลาดความสวยความงาม เครื่องสำอาง และสินค้าเพื่อการดูแลตนเอง การติดฉลากจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้เลือกใช้ และทราบถึงคำชี้แจงและคำเตือนต่างๆ รวมถึงส่วนประกอบ, ปริมาณของสารในผลิตภัณฑ์ และสถานที่ในการผลิตหรือจัดจำหน่ายด้วย

          FDA ได้ทำการควบคุมการติดฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ทั้งสินค้าที่เป็นอาหาร, ยา และเครื่องสำอาง (Food, Drug, and Cosmetic Act - FD&C Act) และผลิตภัณฑ์ที่เป็นขายในงานเทศกาลต่างๆ และฉลากแนะนำบนสินค้า (Fair Packaging and Labelling Act - FPLA) อีกด้วย ซึ่งกฎหมายที่ทำการควบคุมในลักษณะดังกล่าว จะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค จากสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงยังเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้บริโภคทราบในรายละเอียดของสินค้าที่ตนเองต้องการซื้อ

ข้อสรุปของ FDA ในการควบคุมการติดฉลากสินค้า

ส่วนแสดงรายละเอียดมาตรฐาน(Principal Display Panel - PDP)

          ส่วนแสดงรายละเอียดมาตรฐานของฉลาก เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องมีการบันทึกลงบนฉลากของสินค้าที่จะนำออกจำหน่าย ซึ่งอาจจะระบุอยู่บนส่วนของบรรจุภัณฑ์ของสินค้า เช่น กล่อง, กล่องฝาพับ, ห่อ เป็นต้น แต่ถ้าสินค้าดังกล่าวไม่มีส่วนบรรจุภัณฑ์ชิ้นภายนอก FDA ได้อนุโลมให้มีการระบุข้อมูลลงบนวัสดุที่ใช้บรรจุสินค้าดังกล่าวแทนได้ (Immediate container)

          ทั้งนี้ ข้อมูลที่ระบุลงในฉลากจะต้องมีขนาดและคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้แก่ ส่วนแสดงรายละเอียด, ขนาดของส่วนแสดง, ลักษณะของการจัดวางข้อมูล, ขนาดตัวอักษร, สีของพื้นหลัง และความชัดเจนของข้อมูล และในส่วนของส่วนแสดงรายละเอียดมาตรฐานนั้น จะต้องมีข้อมูลที่ประกอบไปด้วย:

 

  • ข้อมูลของสินค้า: เป็นข้อมูลที่ระบุลักษณะและการใช้สินค้า รวมถึงมีการใช้ชื่อเรียกสารหรือตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นชื่อสามัญ หรือชื่อที่สามารถเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้อาจแสดงออกมาเป็นรูปภาพก็ได้เช่นกัน
  • ปริมาณสุทธิ: จะต้องมีการระบุปริมาณที่แท้จริงของตัวผลิตภัณฑ์ที่ถูกบรรจุอยู่ ในแง่ของน้ำหนัก, จำนวนชิ้นที่มีอยู่ หรือปริมาณเปรียบเทียบ และอาจมีการระบุในลักษณะผสมได้ทั้งน้ำหนัก, จำนวนชิ้น และปริมาณเปรียบเทียบ
  • ข้อควรรระวัง: หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีส่วนผสมที่ไม่ได้มีการรับรองความปลอดภัยที่มากเพียงพอ จะต้องมีการระบุข้อควรระวังลงในส่วนแสดงรายละเอียดมาตรฐานด้วย เช่น “คำเตือน - สินค้ายังไม่ได้รับรองความปลอดภัย”

 

แถบแสดงข้อมูล (Information Panel- IP)

         แถบแสดงข้อมูลบนฉลาก จะเน้นในการให้ข้อมูลมากกว่าในกรณีของส่วนแสดงรายละเอียดมาตรฐาน โดยข้อมูลที่ถูกนำมาใส่ในส่วนนี้ จะเป็นข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องการจะเห็น ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้:

 

  • ชื่อและสถานที่ของกิจการ: ซึ่งอาจเป็นชื่อผู้ผลิต, บริษัทที่ทำบรรจุภัณฑ์หรือผู้จัดจำหน่าย
  • ข้อควรระวังและคำเตือน: ควรอยู่ในส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจน และเป็นส่วนสำคัญ
  • ปริมาณวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบ: ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายๆ ชิ้นไม่ได้รับความนิยม อันเนื่องมาจากไม่มีการใส่ข้อมูลของปริมาณวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกให้ผู้บริโภคทราบถึงวิธีและปริมาณในการใช้ผลิตภัณฑ์ ให้มีความเหมาะสม ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนประกอบที่ต้องควบคุมปริมาณการใช้งาน
  • ส่วนแสดงส่วนประกอบของสินค้า: สำหรับส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ควรแสดงอยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และง่ายต่อการอ่าน เพราะส่วนนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจ เพื่อเลือกซื้อสินค้า
  • ชื่อของส่วนประกอบ: ควรใช้ชื่อที่มีระบุไว้ในบัญญัติที่ 701.30 ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชื่อ INCI
  • รายการส่วนประกอบ: ส่วนประกอบจะมีการใส่รายการเรียงลำดับจากสารที่มีปริมาณมากที่สุดเสมอ

 

แหล่งที่มา: http://www.makingcosmetics.com/Labeling-of-Cosmetics_ep_67.html